ملف تعريف karnis 211™k a r n i s 211الصورالمدونةقوائم أدوات تعليمات

Aor

المهنة
الاهتمامات
เวลาในอดีตและเวลาในปัจจุบันไม่ว่าช่วงเวลาไหนความเจ็บช้ำมันก็ตามมาหาอยู่ทุกวัน ให้เวลาเป็นตัวช่วยรักษาจิตใจที่บอบช้ำของเราให้หายเอง

k a r n i s 211

♪•·.·´¯`·.·♥ I Will Remember You . . . .You Will Remember Me.♥·.·´¯`·.·•♪
الصورة 1 من 70
11 شوال

การเดินทางอัน....ไม่รู้

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2009
 
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาเช้า 9.30 น. พ่อ แม่ แม่ น้อง และแฟนน้อง และก่อนหน้านี้ก็น้องออฟฟิศโทรมาหา สาบส่งขอให้โชคดี......และอันตัวเราเดินทางมาถึงที่ ช่วยกันขนกระเป๋า 3 ใบ เป้อีก 1 ใบ ช่างนักเสียกระไร อารมณ์ดีแจ่มใสทุกคน แต่ในใจ......ใจหายไปแล้วครึ่งใจ ไม่อยากมีการจากลาครอบครัวไปเลย แต่ทุกคนที่มาส่งทำใจดีสู้เสือกันหมด พยายามสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
น้องเหลียง เป็นรุ่นน้องที่รักมากคนหนึ่ง คบกันมาก็เข้าปีที่ 4 เจอกันด้วยความบังเอิญ เจอกัน....รู้จักกันใน MSN รุ่นเก่ามากรุ่นหนึ่ง เป็นรุ่นน้องที่ไปมาหาสู่กันมาเป็นระยะเวลายาวนาน .......
วันนี้แต่งตัวแนวอีกแล้วนะ เหลียง
 
ดา.....หรือ ธนิดา มะโดด เพื่อนเรียน ม.ศิลปากร รุ่น 8 คบหากันมานานก็เป็นระยะเวลายาวนานหลายปีดีดัด แก่ๆ กันแล้ว เดินทางมาพร้อมกับแฟนหนุ่ม นามว่า เก่ง......กระดอน (ผอมมาเลยน่ะ เพื่อนกู)
 
แต่เดี๋ยวก่อนยังมีอีก 2 ท่านที่น่านับถือ นั่นก็คือ พี่ต้น & น้านู๋ แห่งพานทอง เดินทางมาส่งแล้วเอาลูกชาวบ้านมาด้วย น้องมิวแห้งเป็นมะพร้าวน้ำหอมเลยนะ
 
เมื่อพวกก้องมาถึงก็เฮฮา สนุกสนานตามประสา หน้าชื่นบานแต่ใจอกตรม........คุยกันเฮฮา.......ถ่ายรูปสนุกสนาน เพื่อลืมความใจหาย อย่างน้อยก็สนุกสนานแบบขำไม่ 100% เมื่อเวลา 11.10 น. ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี พยามยามทำตัวเฮฮา เมื่อทุกคนต่างเดินมาส่งที่หน้าทางเข้า กอดทุกคนในครอบครัว และเพื่อนๆ น้องๆ และน้าๆ แล้วทุกอย่าง ไอ้ที่ทำใจดีสู้เสือกับพังลงไม่เป็นท่า.......น้ำตาของคนที่ดูจะเฮฮา กลับไหลออกมาแบบควายๆ ทำไงได้ก็ควายอ่ะมันต้องอดทนมากกว่านี้ แต่ช่างแม่งเหอะร้องออกไปแม่งจะได้เลิกควายๆ จิงม่ะ?
 
มีคนบอกว่า อดทนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำไงได้ก็กอดทุกคนแล้วน้ำตา น้ำลายก็ติดเสื้อกันไปตามๆ กัน เพื่อการเดินทางไปผจญภัยแบบไม่รู้ชะตากำตัวเองว่าจะเป็นควายแบบไหน?
 
สโลแกนประจำใจ "หน้าด้าน.......อดทน แบบควายๆ" ควายชอบอยู่ในปลัก แต่ไม่จมปลัก!!!!!! กลอกตาไปมา
 
                     
03 شوال

วันที่ 26 กันยายน 2552 ต้องเดินทางไปไหน?

วันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้แล้วสิน่ะ ที่กรูต้องเดินทางไปอีกซีกโลกนึง เพื่อนเอ๋ย ครอบครัวเอ๋ย ตัวกรูนี้จะทำเยี่ยงไรดี มีแต่ความเครียดสะสม จะทำเช่นไรดี คิดแล้วก็ใจหาย blog นี้ก็ค่อนข้างหายไปนาน นม พอสมควรน่ะ.........เนื่องจากมีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาในชีวิตโดยมิทันตั้งเนื้อตั้งตัว.......คิดแล้วก็แปลกใจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองพอควร 2 ปีที่ห่างหายจาก space ไปนี้ก็ค่อนข้างแปลกพอควร ปกติไม่สบายใจหรือมีสิ่งใดที่ทำให้ใจเกิดการมัวหมอง ขุ่นเคือง ก็จะมาระบายกับ space อันนี้ แต่เนื่องจากอะไรก็ไม่รู้ทำให้ไม่มีการตอบรับ.........................
 
หวังว่าคราวนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่เกิดขึ้นอีกเยอะพอควร ก็คงต้องตั้งใจสติให้มั่น ว่ามันจะเกิดไรขึ้น ก็ต้องยอมรับมัน จิงไหม?
 
คาดว่าการณ์หน้านี้อาจจะมีสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีการขึ้นๆ ลงๆ อยู่ไม่น้อย ก็คงตื่นเต้นดีที่จะได้เดินทางข้ามประเทศ แถมเจอผู้คนอีกหลากหลาย น่ากลัวไหม? ก็คงน่ากลัวอยู่มิใช่น้อย แต่เอาเหอะ! ชีวิตมันก็ต้องดำเนินแบบดากๆ กันต่อไป จะให้ทำไง เลี่ยงก็ไม่ได้ ก็ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดไรขึ้นบ้าง...............ถึงอย่างไรก็ตาม การณ์หน้านี้อาจจะมีคำบอกเล่าฮาๆ มันส์ๆ เคล้าน้ำตาเพราะคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงความเป็นอยู่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้
 
หวังว่าคงจะมันส์ไม่มากก็น้อย หรืออาจจะเจ็บแปลบๆ ก็เป็นไปได้ ไว้คอยดูกันต่อไปน่ะ...........เจ้านาย..................เศร้า
11 رمضان

Between The Lines

Time to tell me the truth
To burden your mouth for what you say
No pieces of paper in the way
Cause i cant continue pretending to choose
The opposite sides on which we fall
The loving you laters if at all
No right minds could wrong be this many times

My memory is cruel
Im queen of attention to details
Defending intentions if he fails
Until now, he told me her name
It sounded familiar in a way
I could have sworn i'd heard him say it ten thousand times
If only i had been listening

Leave unsaid unspoken
Eyes wide shut unopened
You and me
Always between the lines
Between the lines

I thought i thought i was ready to bleed
That we'd move from the shadows on the wall
And stand in the center of it all
Too late two choices to stay or to leave
Mine was so easy to uncover
He'd already left with the other
So i've learned to listen through silence

Leave unsaid unspoken
Eyes wide shut unopened
You and me be
You and me always be

I tell myself all the words he surely meant to say
I'll talk until the conversation doesn't stay on
Wait for me i'm almost ready
When he meant let go

Leave unsaid unspoken
Eyes wide shut unopened
You and me
Always be
You and me
Always between the lines

.......................................................................Girl

 
04 رمضان

Food Tech 08 at Cha - Aum!

............วันที่ 8 กันยายน 2550 เวลา 8.30 น. ข้าพเจ้าได้เดินทางไปกับหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนกูแต่ละคนก็นึกว่ากิ๊กใหม่ของกู เปล่าเล้ย!.....กิ๊กเก่ากูเหมือนเดิม อิอิ! Tongue out  พวกพ้องคณะได้นัดกันมาประมาณเดือนนึงแล้ว คืองานนี้ไอ้คุณนุ่นกะไอ้คุณบูมเป็นผู้จัดสร้างขึ้นมา ก็สามารถรวบรวมคนหล่อสวยหน้าตาดีได้ทั้งหมด 15 คน net net.....ซึ่งวันนั้นกูต้องตื่นตี 5 เพื่อที่จะต้องไปยังตึก 50 ปีในเวลา 8.00 น. แต่ด้วยเดชะบุญ คุณบูมต่อเวลาให้กูถึง 8.30 กรูกะพี่เค้าเดินกันจั๊มข้าวปลาก็มิได้แดกไปเลยแม้แต่นิด พอถึง 50 ปีปุ๊บ ก็ได้เจอกับบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย คุณ บูม นุ่น เอ๋อ หมวย คุณพี่วัต ดารารับเชิญ นัท MD พอไปถึงปุ๊บ คุณนุ่นหลอกกรูให้หัวเราะชอบใจไปได้ซักพัก ประมาณให้เหยื่อตายใจ พอหยุดปั๊บ ไอ้อ้อ แกกะพี่แกจ่ายมาคนละ 1200 บาท เร็วๆ เลยแกConfused พอกรูได้ยินปุ๊บ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของกรูหายไปในพริบตาเหลือแต่ความมึนงง ว่าไอ้นี่แม่งเอาแต่เช้า แต่ก็น่ะ กูก็ต้องจ่ายไป 2,400 บาทถ้วน!..........เฮ้อ! ข้าวกูก็ยังไม่ได้กิน ด้วยความหิวกูกะพี่ ขออนุญาตคุณนุ่นไปหาอะไรกระแทกปากก่อน ก็เลยเดินไปเซเว่น แต่แทนที่จะแวะ ตึกยูเนี่ยนแด๊กข้าวไปเลย ป่าว!....ด้วยสปิริตกู กูกลัวเพื่อนรอ ส่วนพี่ปอเหรอ แกอยากกินข้าวกูบังคับไม่ให้กิน ฮา.....ในทั่สุดก็ได้เบอร์เกอร์กระแทกปากไป ส่วนกูกินน้ำลิปตันชาแดง มันจะอิ่มไหมว่ะ! ในขณะที่จะเดินกลับตึก 50 ปี คุณพี่ปอเกิดอารมณ์...อารมณ์สุนทรีเว้ย ไอ้บ้า! กูคิดน่ะแม่งคิดไรกัน....ผ่านตึกเภสัขเก่า พี่แกก้มมองตรงท่อระบายน้ำแกเห็นปลา พี่ปอพูดว่าโห...ธรรมชาติจิงๆ ปลาตัวเบอเริ่ม พี่ปอมันธรรมชาติตรงไหนห่ะ!......พอไปถึง 50 ปี กลุ่มของคุณหมูก็ยังไม่มา ซักพัก คุณแอ๋วเดินมาแหม่วันนี้ช่างงามจิงๆ เจอหน้าเพื่อนทักก่อนเลย อ้อ ห้องน้ำเปิดป่าว....กำ! กุไม่ใช่ยาระบายน่ะแอ๋ว เจอหน้ากูปวดขี้ปั๊บ! ไอ้เราก็บอกว่าเปิด นู่นไอ้นุ่นก็ไปห้องน้ำ คุณแอ๋วขึ้นลิฟท์เลยครับด้วยความเร่งรีบ (แสดงว่าปวดขี้หนัก) ขึ้นเลยครับชั้น 2 แต่พี่แกคงจำไม่ได้ว่ามันไม่จอด 55555 ......พอคุณแอ๋วลงมาพร้อมกับกลุ่มนุ่น พี่แกขึ้นไปถึงชั้น 7 กร๊ากกกก ก็กูลืมบอกอ่ะ!........ซักพักคุณหมูมาพวกเราก็เตรียมตัวออกเดินทาง ซึ่งมีคุณออย แล้วก็น้องแนนว่าที่ภรรยาของคุณหมูมาด้วย เอ้า!......ออกเดินทางกัน!

 

 

.....ณ. ปั๊ม ปตท. แห่งใดมิทราบ พวกพ้องเพื่อนก็ได้จอดรถ ชะอุ้ย!.....นั่น นั่น ข้าวใหม่ปลามันส์ บู๊ & จุ๊บ แม่งบู๊มายังกะเสี่ย ใส่เสื้อทะเล สวมหมวกขาวมา แม่งยังกะไปตีกอลฟ์ พอเจอพวกพ้องอีก 2 คนเราก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เอ้าลุย!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

Yahooo! ถึงแว้ว ทะเลชะอำ....นั่งรถมาได้ 3 ชั่วโมง ถึง 11.30 น. ได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้วดิ แต่....ห้องพักต่างหากที่ยังไม่มี พวกเราก็เลยลุยหาที่พักกัน ในที่สุดก็ได้ไปพักที่ชะอำใต้ ซึ่ง..............บรรยากาศขอบอกว่า สุดยอด เงียบสงัด แถมบ้านนี่รุ่นแรกๆ เล้ย….ในที่สุดเราก็ได้บ้านพักหลังโตมีระเบียงด้านหน้า มีห้องนอน 3 ห้อง พวกพ้องก็แยกย้ายกันเข้าห้องเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวออกไปหาไรกะแทกปากกันตอนเที่ยง แต่ก่อนออกนี่ดิ เจ๊นุ่นแกเอา น้ำเต้า ปู ปลา กุ้ง เสือ ไก่ มาเต็มที่ สาธิตวิธีการเล่น อ่ะพี่วัตก็ช่วยเสริมทักษะการเล่นให้กะน้องๆ ผู้ที่ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้กูหิวแล้วอ่ะไปกินข้าวกันเหอะ!.......

 

......ณ..หาดบ้านพักมีร่มมีเก้าอี้ชายหาดเรียงราย พวกพ้องเพื่อนพี่ ก็ได้นั่งจับจองหามุมดีๆ เพื่อที่จะให้อาหารกระแทกปากกันได้สะดวก คุณเจ๊นุ่นสั่งกับข้าวยิกๆ เพื่อนๆ จะกินไรสั่งได้เลยน่ะ กินกันให้เต็มที่ จะเอาไรสั่งเลยนี่คือน้ำเสียงของคุณนุ่นที่ได้ป่าวประกาศให้พวกพ้องได้รับทราบ แต่ตอนนั้น พวกพ้องหิวจัดจนเอาไรมาก้อได้ให้กูแด๊กที! อาหารกลางวัน ได้แก่ ส้มตำไทยปู ข้าวเหนียว ไก่ย่างที่แม่งย่างมาไงไม่รู้ เชี่ยมึแต่กระดูกกะหนังไก่ เนื้อแม่งสงสัยแม่ค้าแดกระหว่างทาง น้ำตกหมู ไข่ต้ม ปูทอด กุ้งทอด ปลาหมึกทอด  ต้มยำทะเล (สีแม่ง ชมพูมาเลย ไม่รู้แม่ค้าแม่งทำไปคงอายไป ต้มยำกูเลยออกมาชมพูแป๊ด!) อ่า..........กินกันเสร็จหล่ะ อิ่มจังพวกกู แต่ละคนก็เริ่มขยับขยาย บางคนก็นอน กลิ้งเกลือกอยู่บนเก้าอี้ บางคนก็หยิบกีตาร์มาหำ เอ๊ย! ฮัมเพลง แต่บางคนนี่ดิแม่งไม่เคยเปลี่ยน สมัยเรียนแม่งก็อ่านนิยาย แม้กระทั่งจบก็อ่านนิยาย แม้กระทั่งเที่ยวก็อ่านนิยาย เฮ้อ!....ออยศรี พนาไพรกู อ่านนิยายอีกแหล่ะ เอ้า!!! ร้องเพลง อ่านนิยาย หลับ คร่อก.......Zzzzzz

 

.......ได้เวลาเล่นน้ำแว้วพวกพ้อง!!!!......พวกพ้องก็กลับไปที่พักไปผลัดผ้า ฉี่ กันให้ครบทุกคน เพื่อที่จะได้ลุยน้ำทะเลเค็มๆ กันต่อ เอ้า ลงๆๆๆๆ พอไปถึงชายหาด อันตัวกรูนี้ยังมิกล้าลงน้ำ เพราะกลัวดำ เดี๋ยวไม่สวย (แรดม่ะ) แต่เจ๊นุ่นกูนี่ดิแม่ง จะขี่กล้วยแม่งอย่างเดียว จะเสียวอย่างเดียวเลย เฮ้อ! พี่วัตน๊า ไม่ห้ามเจ๊นุ่นบ้างน๊า.....ส่วนตัวกรูนี่ดิไม่เคยเล่นเล้ย พี่ปอยิ่งแล้วใหญ่ แถมว่ายน้ำกะเค้าก็ไม่เป็นทั้งคู่ แต่ด้วยความอยากเสียว เอ้ย! อยากมันส์ ก็เลย เอาว่ะ ขี่ก็ขี่ไอ้กล้วยทะเลเนี่ย แม่งใส่เสื้อชูชีพแล้ว ไอ้ตอนจะขึ้นกล้วยนี่ดิ แม่งสาด!!!!! กูขึ้นไม่ได้ แม่งตัวกูใหญ่เกิน ชิบหล่ะ ด้วยความเพียรพยาย กูต้องไปขึ้นที่ฝั่งที่จะขึ้นได้ ฮาๆๆๆๆๆ เอ้าขึ้นครบกันแล้ว ลุย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

……โครม!!! จ๋อม!!! แม่งเอ๊ย! กูแม่งแดกน้ำทะเลไปอึกใหญ่ ๆ ไอ้กูก็ไม่เคยเล่น พอกล้วยล้มกูแม่งไม่ปล่อย คว้าไอ้นุ่นอีกต่างหากกูกลัวจมน้ำนิ ไม่ผิด.....เอ๊า! ขึ้นกล้วย ชิบหายหล่ะ กูบอกแล้วววววววววว คนขับอย่าทำกูหล่นจากกล้วย กูขึ้นไม่ได้ คนอื่นเขาขึ้นกันได้หล่ะ เหมือนเดิมด้วยความเพียรพยายาม กูต้องไปขึ้นที่หาด อายชิบหาย เอ๊า ลุยต่อ ลุย!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

.....โครม!!! จ๋อม!!! รอบ 2 ไม่เอาแล้ว กูไม่เอาแล้ว แดกเข้าไปอีกเอื๊อก ในที่สุด กูว่ากูเล่นน้ำปกติดีกว่า เอ๊า! พี่ปอมาๆๆๆ เรามาเล่นน้ำกัน เล่นน้ำกัน อิอิ! อ่ะ แต่ไอ้กล้วยรอบ 2 นี่ดิ บูมแม่งได้ขึ้น กูไม่ตลกเท่าไอ้ตอนขากลับมาที่หาด แม่งจังหวะที่คนขับจะต้องกระตุกกล้วย อันที่จิงแล้ว คือเขากระตุกกล้วย แต่แม่งทรงตัวกันได้หมด อยู่ดีๆ มีไอ้บูมนี่แหล่ะ แม่งกระโดดลอยตัวมาเฉย แม่งทั้งที่ไม่ล้มน่ะ แต่กูอยากโดดลงน้ำจะทำไม ภาพแม่งฮาวะ กูขอบอก เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ

 

.....เอ้า!! เล่นแชร์บอลกันในน้ำกัน เฮ้อ! ใครเป็นคนคิดว่ะให้เล่นในน้ำ โคตรจะเหนื่อยสุดโคตร แม่งแถมโกงกันอีก แต่กูขอบอกว่ามันส์พะยะค่ะ!

 

.....อ่ะ มีพวกพ้องมาเพิ่มอีก 1 คนนั้นก็คือ เหมยฮิน จากดงดอกเหมยนั่นเอง ยินดีต้อนรับคับคุณเหมยฮิน!!

 

……อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จเรียบร้อยกันแล้ว เอ๊า!! ไปหาไรกินกันตอนเย็น ในที่สุดเราก้อออกเดินทางไปกินอาหารกันมื้อเย็น สุดยอดมาก เอ๊า! เพิ่อนๆ จะกินสั่งเลยได้เต็มที่ อยากกินไร สั่งเลยน่ะนี่คือน้ำเสียงของเจ๊นุ่นแห่ง Food Tech อดึตเหรัญญิกเก่าอีกครั้ง! สุดยอดมาก อาหารมื้อเย็นได้แก่ ไข่เจียวปู หอยแครงเผา หอยแมลงภู่เผา กุ้งย่าง หมึกย่าง ต้มยำ ปลากระพงนึ่งมะนาว ผัดผัก แล้วก็หอยตลับ โอ้ว!!! อิ่มจังค๊า

 

…..และแล้วอาหารคาวผ่านไป ต่อด้วยอาหารหวาน ซึ่งพวกพ้องเพื่อนก็ได้พาไปที่ตลาดชะอำโต้รุ่ง โอ้วสุดยอดอาหารหวาน ซึ่งเมนูได้แก่ ขนมปังสังขยาราดน้ำขาวขุ่น (นม) หนมปังเย็น ปีโป้ โกโก้ปั่น หนมปังเย็น ปีโป้ โอริโอปั่น โอโจ้เสียบ อร่อยมากมาย ขอบอก!

…..กลับถึงที่พัก เจ๊นุ่นแกรีบเลย รีบเปิดวงน้ำเต้า ปู ปลา มาถึงแกกางเสื่อ แล้วก็กางแผ่นน้ำเต้า ปูปลา ชักชวนให้เพื่อนๆ เสียตังนั่งแทงกันยิกๆ ซึ่งกูก็ร่วมด้วยว่ะ เอิ๊กๆๆๆๆ เล่นไปเล่นมา วันนี้เป็นวันอวสานของ AF4 ซึ่งเจ๊นุ่นแกก็ปิดบ่อนกลางคันซะงั้น ปล่อยให้อารมณ์อยากแทงน้ำเต้า ปู ปลาของเพื่อน ชะงักลงอย่างฉับพลัน แกจองแถวหน้าซะงั้นกลัวจะไม่ได้เชียร์ น้อง TOL เฮ้อ! ส่วนกูเนี่ยก็ไม่เคยดูไม่รู้จะทำไง อยู่ดีๆ ก็มีเสียงสวรรค์พูดขึ้นว่า ไอ้อ้อ ไพ่แกเอามาป่าว โปกเกอร์อ่ะโปกเกอร์เล่นไงฮิฮิ เสียงของบูมนั่นเองทำให้กูยิ้มย่องในใจ เมิงเสร็จกูแน่ไอ้บุม ว่าแล้วกูรีบไปหยิบไพ่กางบนโต๊ะนั่นแหล่ะ ไอ้พวกที่ดู AF ก็ดูไป พี่ปอก็สอนวิธีการเล่นโปกเกอร์ให้กะบูม อยู่ดีๆ จุ๊บ มาแจมด้วย อ่ะ ในเมื่อเพื่อนอยากให้กูหลอกแดก เอ๊ย! อยากได้ความรู้ ก็ให้พี่ปอจัดปายยยย! อ่ะอยู่ดีๆ ก็มีคนมาแจม นั่นก็คือ พี่วัต อ่ะพี่ปอก็จัดปายยยย หลอกล่อเหยื่อให้ตายใจไปก่อน กูจะได้แดกตังสบายๆๆๆๆๆๆ จนกระทั่งเพื่อนๆ ที่นั่งดู AF แม่งคงรำคาญ อ่ะเราหยุดกันก่อนไปนั่งเชียร์กะพวกพ้องด้วย จนวินาทีสุดท้ายการประกาศ ก็รู้แหล่ะน่ะว่าใครได้ กว่าจะจบแม่งก็เที่ยงคืนหล่ะ เพื่อนๆ แม่งก็อยากแทงน้ำเต้า ปู ปลากัน ต่อ

 

......ณ ห้องพักผู้ชาย พ้องเพื่อนที่เป็นหญิงก็ได้แฝงกายเข้าไปห้องพักผู้ชาย มาถึงเจ๊นุ่นเปิดแผ่นแทงน้ำเต้าปู ปลาด้านล่าง ส่วนไอ้บนเตียงแม่งก็เปิดโป๊กเกอร์กัน ด้วยอิทธิพลของโป๊กเกอร์ทำให้แผ่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว เริ่มมีสมาชิกหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งได้แก่ ออย และเหมย ก็เริ่มแทงกันด้วยความอยากได้เงินกองโต เอ้า แทง!!!!

 

……ตี 2.30 น. โอ๊วมายก๊อด ต้องได้เวลานอนแล้วดิ กูนี่ไม่อยากนอนเลย กูกลัว พวกเมิงจะนอนกันจิงๆ เหรอ ด้วยความกลัว กูอ้อนวอนด้วยหน้าตาอันแสนเศร้าให้เพื่อนพ้องเห็นใจ เล่นกันจนถึงตี 5 เหอะ แล้วค่อยนอนได้ไหม ไม่เลย กูไม่มีสัญญาณตอบกลับมา แม่งจะนอนกันแล้ว ซึ่งไอ้นัท MD แม่งชิงนอนไปก่อน สบายแล้วนิเมิง ความกลัวเมิงหายไปพร้อมกับการนอนหลับ แล้วกูหล่ะ กลัวน่ะเว้ย!! ก่อนหน้านี่ มีอะไรแปลกๆ เหตุการณ์แปลกๆ กูไม่ขอเล่าแล้วกัน คือไอ้พวกผู้หญิงมาขอนอนห้องผู้ชาย คือขอนอนรวมกันเลยแล้วกัน ห้องแรกแม่งว่างเปล่า กุก็ไม่ไป กูจะยืนหยัดนอนห้องนี้ กูกลัววววว!!! ว่าแล้วไอ้เพื่อนหญิงกูหอบผ้า หอบผ่อน ตาลนตาลาน กรี๊ด!!! เข้ามาขออาศัยพักพิงห้องฝ่ายชายกันหมด อบอุ่นกว่า กูก็ว่างั้น ในที่สุดถึงเวลานอนแล้ว ปิดไฟแล้ว ใจกูเต้นรัว ตากูหลับ แต่ใจกูไม่หลับตาม แม่งไอ้ออยก่อนนอนก็บอกว่า มา เดี๋ยวออยอยุ่เป็นเพื่อน กอดแขนกู แต่แล้ว แม่ง.........คร่อก ฟี้ Zzzzzzzzzzzzzz เชี่ยหลับไปซะงั้น แถมกระตุกอีก กูกลัวน่ะเว้ย ออย แถมปวดขี้ ขี้กูก็จออก กลัวก็กลัวไม่ข่งไม่ขี้แล้วกูกลัว กว่ากูจะได้หลับ นู่น ตี 5 สาดดดดด เช้าแล้ว ในขณะที่กูหลับ กูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดิน ไปห้องน้ำ กูลืมตาฉับพลัน เห็นแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว กูนี่แหล่ะ กุคนแรกที่ตื่น ปลุกระดมเพื่อนห้องกูให้ตื่นมานั่งคุยกะกูว่าเหตุการณ์เมื่อคืนใครได้ยิน ใครรู้สึกอะไรบ้าง จนแม่งตื่นกันทั้งห้อง แค่ห้องกูไม่พอ ลามไปถึงไอ้ห้องข้างๆ ด้วย แม่งตื่นมาคุยด้วยเออ ไม่ต้องหลับแล้วตะวันส่องเข้ามาแล้ว ว่าแล้วหิวไปกินข้าวเช้ากันดีกว่าเพื่อนพ้อง!!!!! เอ้ยกูลืมๆๆๆ.....เหมยกะนัทนอนติดกันด้วยเว้ย อยู่ดีๆ ไอ้นัทบอกว่า ผู้ชายไรว่ะมีหน้าอก กร๊ากกกกกกก!!!!!!

……ณ เวลา 7.00 น. พวกพ้องเพื่อนบางกลุ่มก็เดินออกไปที่หาดชายทะเลหน้าบ้านพัก เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์หลังจากเหงื่อแตกกันมาทั้งคืน เฮ้อ!!! เช้านี้สดใสจัง ถ้ากูได้นอนหน่ะ!......ว่าแล้วเดินเล่นซักพัก เจ๊นุ่น พวกเราไปหาโจ๊ก ข้าวต้มกินกันอ่ะพ้องเพื่อนก็เดินตามกันไปยัง ณ ร้านขายโจ๊ก & ข้าวต้ม & Coffe & ปาท่องโก๋ กินกันด้วยความหิวโหย หลังจากกินกันเสร็จเราก็กลับที่พักเตรียมตัวเดินทางกลับกัน แต่ก่อนจะกลับอ่ะดิ แม่งบางคนอาบน้ำเสร็จนั่ง โป๊ก กันอีกแล้ว คราวนี้กูเล่น ไอ้บูมมาถึง ไอ้อ้อ กูยืม 10 บาท ด้วยที่กูใจปล้ำ เอาไปเลยบูม กูให้เมิงยืม 20 บาท แม่ง สาดดดดดด ไอ้คนยืมกลับได้ ไอ้คนให้ยืมกลับเสีย ยัง ยังไม่พอ เหมยฮืน เดินมา บูมเรายืมบูมน่ะ 7 บาท กร๊ากกก เป็นไงหล่ะเมิง เล่นไปเล่นมา ไอ้คนที่ได้ เหมยฮินคนเดียว แม่งตกลงกูเสียเงินไป 150 บาท ไอ้เหมยได้ 140 บาท หึ! คราวหน้าไอ้เหมยกูเอาคืน เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ

 

......เวลา 11.00 น โดยประมาณ ก็ได้เวลากลับไปสู่ความเป็นจริงกันอีกครั้งแล้วน่ะครับท่าน ว่าแล้วพวกถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย รวมรุ่น Food Tech 08 ณ. ชะอำ เอ้า say Shit!!!!!! ยิ้มพิมพ์ใจกันหน่อยเร้ว เพื่อน!!!!

 

และแล้วทริปครั้งนี้ในระหว่างขากลับ ตรงปั๊มน้ำมัน ปตท. ก็คือจุดแยกย้ายของพ้องเพื่อน เจ๊นุ่นก็ได้เคลียร์ตังให้กับเพื่อนๆ หลังจากเรียกเก็บไป 1200 บาทเหงื่อแตกตั้งแต่ยังไม่ได้ออกตัว ตกลงทริปครั้งนี้แล้ว เฉลี่ยคนละ 900 บาทเจ้าค่ะ ในระหว่างขากลับพวกเราก็ได้ไปแวะ Out Let กัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน.....

 

หวังว่าเพื่อน Food Tech คนไหนที่ไม่ได้ไปในทริปครั้งนี้ ก้อยังมีทริปครั้งหน้า โปรดติดตามข่าวสารแวดวงว่าเราจะไปที่ไหนกันอีก ทริปครั้งนี้ขอบอกว่า ประทับใจและสนุกมาก ตื่นเต้น เสียว เฮฮา แล้วขนลุกขนพอง ถึงแม้มีเพื่อนร่วมเดินทางครั้งนี้ 15 ท่าน หวังว่าครั้งหน้าคงมีมากกว่านี้น่ะอยากมันส์ต้องมาเจอกานน่ะจะบอกให้..................................................

 

 

โครงการ "รวมรุ่น สู่ฝัน สร้างสัมพันธ์ ชะอำบีช" วันที่  8-9 กย. 50 Smile

 

 

07 ذو الحجة

รักมากี่ครั้ง.....เจ็บเท่านั้นครั้ง.....ไม่เคยจำ!!

คำว่ารักมันไม่ใช่แค่ลมปาก แต่มันหมายถึงการกระทำที่มันออกมาจากความรู้สึกที่รักจริงๆ ออกมาจากใจ คนเราเมื่อมีรักยังไงก็ต้องมีเรื่องให้เจ็บถึงแม้ไม่มากก็น้อย แต่ความรักเป็นเรื่องของคนระหว่างคน 2 คน มันคงไม่มีสิ่งไหนที่จะอธิบายได้มากกว่าคำว่า ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน มันเป็นธรรมดาของมนุษย์โลกที่เกิดมาเมื่อมีรักแล้วก็ต้องมีทุกข์ เพราะต่างคนต่างมาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน ทางเดินของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันแต่เมื่อมาเจอกัน แล้วเกิดความรู้สึกดีๆ ให้กัน ทำไม?.....ไม่ทำความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันหล่ะ คนบางคนที่เกิดมาไม่เคยเจอกันอยู่ห่างไกลกัน  ความห่างไกลบางครั้งมันทำให้ความรู้สึกของคนเรารู้สึกดีกว่า...มันมีทั้งความห่วงใย ความคิดถึง เพราะเราต่างคนต่างไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้หรือวันข้างหน้าหรือวันไหนๆ เราจะได้พบได้เจอกันอีกเมื่อไหร่....หรือว่า....อาจจะไม่ได้พบกันอีกเลยก็ตาม แปลกม่ะ?....คนเราเมื่อมีคู่อยู่แล้วทำไมถึงไม่รู้จักพอ แน่นอนมันเป็นธรรมดาของมนุษย์โลกที่จะพยายามไขว่คว้าสิ่งที่ตัวเองยังต้องการตามแบบฉบับที่เราๆ ท่านๆ ได้วาดหวังไว้ แต่ทำไมถึงต้องตัดสินใจกับคนๆ นั้นด้วยทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า มันไม่ใช่!!....มันคงไม่มีคำตอบอะไรที่มันมากไปกว่าคำว่า...ของตาย......ความรักบางครั้งมันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก ถึงแม้บางคนคิดว่ามันไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่ารักก็ตาม แต่การกระทำมันสำคัญ มันบ่งบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่า คนๆนั้นที่ตัดสินใจคบด้วยเขาดี สม่ำเสมอ และรักมากแค่ไหน มันเป็นเรื่องของ 2 คน ที่จะต้องเดินทางกันคนละครึ่งทาง แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง อารมณ์ที่ฉุนเฉียวบางครั้งเหตุผลมันก็อาจจะรั้งความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดไม่อยู่.....กลายเป็นปลาเน่า 1 ตัว ก็เน่าไปเลยทั้งเข่ง!! ความรู้สึกดีๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด กลายเป็นความรู้สึกที่หดแย่มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า!!
 
เหนื่อยไหมกับความรัก?....คนไหนที่คิดว่าคนๆนี้ใช่ ก็ดีไป ความรักมันไม่ยากหรอกถ้าต่างคนต่างมองเหตุผลของแต่ละคนให้เข้าใจ....คนไหนที่มีคนที่รักอยู่แล้ว ประคองมันไว้ให้มั่นคง ยืนยาวให้มากที่สุด เราทุกคนไม่รู้หรอกว่าวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เรารัก หรือเกิดกับตัวเราเอง ไม่มีคนไหนรู้อนาคต.....รักกันให้มั่น รักกันให้ยืนยาว นึกถึงคนที่รัก นึกถึงแต่สิ่งดีๆ บางครั้งความคิด ความรู้สึกแบบนี้มันอาจจะเพิ่มความรักให้กับเราก็ได้ ไม่มากก็น้อย........รักใครแล้ว ก็รักให้จริง อย่าหลอกหลวง สมัยนี้เรื่องความรักดูเหมือนเป็นของหาง่าย เป็นความรักง่ายๆ เห็นว่าเป็นของเล่น ก็เล่นกันไป จนคนที่มีความรู้สึกดีๆ เริ่มหดหาย เกิดเป็นความรู้สึกกลัว ความรู้สึกระแวง กลัวความเจ็บช้ำที่จะเกิดขึ้นกับตน การนอกใจ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนที่มีความรู้สึกดีๆ ต้องเกิดความรู้สึกเจ็บช้ำ ยังไงมันก็เป็นของคู่กัน ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งถ้ารักกันไม่จริง ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้!!
 
โลกมันหมุนไปอยู่ทุกวัน รักพ่อ รักแม่ รักพี่ รักน้อง รักคนในครอบครัว และรักคนที่คิดว่าดีกับเราที่สุด อนาคตไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!!....................................
22 رمضان

Enjoy In My Life....Birth Day!

วันที่ 14 ตุลาคม 2549 เวลา 0.00 น...
                   เป็นปีที่ 2 ที่พิเศษที่สุดอีกครั้ง...ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่ผ่านมา ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่มีให้กันมาตลอด
                   ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นพิเศษทุกชิ้น.....ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณจากใจ...........................
                   ไม่ว่าเวลาจะเดินผ่าน เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนก็ตาม..แต่สิ่งดีๆ ยังคงมีให้อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง
                   การกระทำสำคัญที่สุดที่จะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง......ขอบคุณน่ะค่ะที่ทำทุกสิ่งให้มาตลอด....
                   Thank You Somuch....No Matter What I will be side by side with YOU!!
                  
                   Thank You All My Friend...Happy all year all the time!!
 
............................ENJOY IN MY LIFE - - - ENJOY IN MY BIRTH DAY...............................
26 رجب

เหนื่อย......

......เมื่อเจอในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด แต่บางครั้ง สิ่งๆ นั้น มันกลับไม่ใช่อย่างที่เราคิด เหนื่อยที่จะต้องมาเจอกับสิ่งนี้อีกครั้ง อยากจะพอ......พอกับการที่จะต้องทำให้มันดูดี ไม่ว่าเวลาในตอนไหนเป็นแบบไหน ใจคนเรามันยังจะมั่นคงอยู่เสมอเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ ใช่อย่างที่เขาบอก ปล่อยมันเป็นไปตามกาลเวลา ปล่อยมันไป อย่าไปใส่ใจ เพียงแต่บางครั้ง ความรู้สึกของคนเรามันห้ามไม่ได้ที่จะคิด ห้ามไม่ได้ที่จะต้องทำ......ชีวิตคนเรามันก็มีแค่นี้ พยายามที่จะค้นหาแต่สิ่งๆ นั้น พยายามที่จะไขว่คว้าหาสิ่งๆนั้น เพื่อให้รู้สึกมันเติมเต็มสำหรับชีวิตของเรา......พยายามน่ะ พยายามที่จะปล่อยกับความรู้สึกที่จะต้องไขว่คว้า ไม่อยากจะวิ่งตาม ทำไมชีวิตคนเรามันต้องเป็นแบบนี้ด้วย สำหรับคนที่ไม่เคยคิดที่จะต้องวิ่งตามหา ไม่ต้องไขว่คว้า ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงความคิดเห็น เพราะคนเรามันมีความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน.....ใครบางคนมีความสุข ก็ถือว่าเป็นความโชคดีไป แต่ถ้าใครบางคนที่จะต้องเจอกับความทุกข์ตลอด ก็เข้าใจน่ะว่า ความรู้สึกมันเป็นยังไง มันก็คงไม่ต่างกับความรู้สึกของคนที่ทุกข์ใจตลอดเวลา
       
      แปลกที่สำหรับคนบางคนที่จะต้องเจ็บที่ความรู้สึก.......กับแปลกสำหรับคนบางคนที่ไม่มองเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายว่าเจ็บ สงสัยพระเจ้าต้องการทำให้มันสมดุล มีคนเจ็บผิดหวัง ก็ต้องมีคนที่มีความสุข สมหวัง........น้ำตาบางครั้งมันช่วยปลดปล่อยความรู้สึกที่ผิดหวัง ความทุกข์ที่แบกไว้คนเดียว ถ้าคนเราอยู่ตัวคนเดียวได้ อยู่กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจแล้วมีความสุข ขอเลือกสิ่งนั้น มันคงยังจะดีกว่าที่จะต้องอยู่กับสิ่งที่มีชีวิตจิตใจ แล้วต่างฝ่ายต่างทำลายจิตใจกันเอง มันเหนื่อย มันล้า.........กว่าความรู้สึกนั้นมันจะหาย คิดเหรอว่ามันจะหายไปอย่างรวดเร็ว....อย่างน้อยความรู้สึก ความทรงจำมันก็ยังคงตามมาให้เราได้รู้สึก คิดถึงอยู่ตลอดเวลา.....................................................................................